โรคเส้นเลือดขอด
โรคเส้นเลือดขอด ภัยเงียบที่แฝงอยู่กับกิจวัตรประจำวันของตัวคุณเอง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ดูแลเอาใจใส่เรียวขาคู่สวยเป็นพิเศษ เพราะจากสถิติการเกิดเส้นเลือดขอด จะพบมากในผู้หญิง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีน้ำหนักมาก และผู้ที่นั่งหรือยืนนาน ๆ
เส้นเลือดขอด เป็นโรคที่หลอดเลือดดำในบริเวณใต้ผิวหนังชั้นตื้นมีการโตขยายขนาด คดเคี้ยว สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณขา เมื่อมีความผิดปกติของการรวมกันของหลอดเลือดดำจะทำให้เลือดย้อนลงตามหลอดเลือดดำส่วนตื้น ทำให้มีการโป่งขยายตัวของหลอดเลือดดำส่วนปลายที่เรียกว่า ภาวะหลอดเลือดขอด
สาเหตุที่ทำให้เกิดหลอดเลือดขอด
- • การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น การยืน การนั่ง การเดิน เป็นเวลานานและต่อเนื่อง
- • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้นภายในหลอดเลือดที่บริเวณขา
- • อายุที่เพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดดำจะมีความยืดหยุ่นน้อยลง และลิ้นเล็กๆ ภายในหลอดเลือดเสื่อม
- • ผู้หญิงมีโอกาสเกิดเส้นเลือดขอดมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การตั้งครรภ์ รวมถึงการรับประทานยาคุมกำเนิด
- • การตั้งครรภ์ ปกติจะหายเองภายใน 3 เดือนหลังคลอด
- • หลอดเลือดขอดพบได้ 12% ของประชากรในประเทศตะวันตก
- • กรรมพันธุ์ การมีประวัติคนในครอบครัวที่เคยเป็นเส้นเลือดขอดมาก่อน ย่อมมีความเสี่ยงสูง
อาการแสดงของภาวะหลอดเลือดขอด
- • ระยะแรก มักมีอาการปวดน่องหลังจากการนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน แต่สักระยะหนึ่งจะค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลายไปเอง
- • ระยะปานกลาง อาการปวดเมื่อยตุบๆ ตามน่อง และจะเริ่มมากขึ้นจนเป็นตะคริว มีอาการบวมที่เท้า เส้นเลือดดำโป่งพองบริเวณขาพับ ผิวหนังบริเวณนั้นหมองคล้ำ
- • ระยะเป็นมาก อาการที่น่ากลัวที่สุดคือการแตกของเส้นเลือดขอด มีอาการตกเลือดอาจพบอาการแทรกซ้อนโรคผิวหนัง และแผลเรื้อรังรักษายาก
เมื่อไรจะต้องไปพบแพทย์
- • เส้นเลือดขอดโป่งพองมาก ผิวหนังแดง และเจ็บ ผิวอุ่น แสดงว่ามีการอักเสบ
- • มีแผลหรือผื่นบริเวณที่เกิดเส้นเลือดขอด
- • ผิวหนังบริเวณที่เกิดเส้นเลือดขอดหนาตัวและมีสีคล้ำ
- • มีเลือดออกจากเส้นเลือดขอด
- • อาการของเส้นเลือดขอดรบกวนคุณภาพชีวิต
- • เส้นเลือดขอดปรากฎอย่างชัดเจน
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดขอด
แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้จากประวัติและการตรวจร่างกายดูเส้นเลือดขอดที่ท่ายืน ท่านอน ท่านั่ง และแพทย์อาจจะส่งตรวจเพิ่มเติมทางรังสีวิทยา ในรายที่สงสัยว่ามีความผิดปกติของหลอดเลือดดำส่วนลึก
การรักษาโรคหลอดเลือดขอด
- • การฉีดยาเข้าหลอดเลือดขอด ทำให้เกิดการแข็งตัวและตีบตัน เหมาะกับหลอดเลือดขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร
- • การใช้เลเซอร์ จะใช้รักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและไม่เจ็บตัวมาก
- • ใส่ถุงน่องทางการแพทย์หรือการพันผ้ายืด จะช่วยพยุงกล้ามเนื้อ ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอดซ้ำ
- • การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดออก เหมาะกับเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่
- • เทคโนโลยีการรักษาด้วย Radiofrequency (RF) โดยใช้สายสวนสอดเข้าไป และทำให้เกิดความร้อน พลังงานความร้อนจะทำให้เส้นขอดที่มีปัญหาหดตัว ตีบและอุดตันไปในที่สุด ไม่ต้องผ่าตัด แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
การดูแลตัวเองให้ห่างไกลปัญหาเส้นเลือดขอด
- • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- • สลับการสวมรองเท้าส้นเตี้ย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- • ให้ยกขาสูงครั้งละ10-15 นาที วันละ 3-4 ครั้ง
- • งดการนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานๆ
- • หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงที่ฟิตๆ หรือสวมใส่ชุดที่รัดเกินไป
- • ลดอาหารเค็ม และรับประทานผักผลไม้ให้มากเพื่อป้องกันอาการบวม
- • ถ้าหากต้องนั่งหรือยืนเป็นเวลานานให้ลุกเดินทุกชั่วโมง และขณะนั่งให้บริหารข้อเท้าตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาสลับกัน
ขอบคุณข้อมูล นพ.สมบูรณ์ ทรัพย์วงศ์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทั่วไปและผ่าตัดเส้นเลือดขอด คลินิกศัลยกรรมหลอดเลือดเฉพาะทาง และศูนย์รักษาโรคหลอดเลือดครบวงจร








